December 11, 2011

พึงปรับตัวตามสภาพ

การ “ปรับตัวตามสภาพ” ไม่มีความหมายที่ลึกซึ้งอะไรเป็นพิเศษ

Leopard Chameleon © by col.hou

       แต่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด

       เมื่อท่านเดินไปตามทาง ข้างหน้ามีหินใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง เมื่อเดินผ่านไปไม่ได้จะทำอย่างไร?

       ปีนข้ามไปบนก้อนหิน มุ่งไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่งแต่การทำเช่นนี้ค่อนข้างจะฝืน เราเดินอ้อมก้อนหินลูกนั้นไปก็ได้

       ข้าพเจ้าเห็นว่า นี่ก็คือการปรับตัวตามสภาพ!

       แน่ละ ในบางครั้งก็ไม่มีทางให้เดิน ในสภาพเช่นนี้ จะต้องใคร่ครวญถึงวิธีการอื่นๆ อย่าถูกพันธนาการด้วยอารมณ์แห่งความกังวล พึงปรับตัวตามสภาพ

       ข้าพเจ้าเห็นว่า นี่เป็นมรรควิธีแห่งการดำเนินชีวิตที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง

December 11, 2011

เกียรติภูมิต้องเหนือกว่าอื่นใด

หากเห็นว่า ทางบริษัทมีข้อบกพร่อง

       ถ้าเช่นนั้นทุกคนก็ควรจะทำการสำรวจอย่างถ่อมตัวจริงใจภายในบริษัท ใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อขจัดข้อบกพร่องจุดอ่อนเหล่านี้ นี่นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

       แต่ทว่า ไม่ควรจะให้รั่วไหลออกไป ให้ภายนอกรู้เรื่องอย่างเด็ดขาด พูดกันอย่างเข้มงวดสักหน่อย จะต้องทำถึงขั้นแม้บิดามารดาก็ไม่ควรจะรู้

       ถ้าแม้นทุกคนล้วนแต่สามารถจะเข้าใจในสภาวการณ์เช่นนี้ ก็จะเป็นประโยชน์แก่การเสริมสร้างเกียรติภูมิของบริษัทอย่างใหญ่หลวง อันจะเป็นคุณแก่บริษัท ทั้งก็จะเป็นคุณแก่พนักงานทั้งหมดของบริษัท จนกระทั่งมันอาจจะกลายเป็นอาวุธอันคมกริบในการบรรลุภาระหน้าที่ของบริษัทได้

December 7, 2011

บ่มเพาะบุคลากรก่อนประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์

ข้าพเจ้าเคยบอกแก่พนักงานซึ่งยังมีอายุเยาว์อยู่ในเวลานั้นว่า

สอนบุคลากร

Engineering Department employees, 1962 © by Seattle Municipal Archives

       หากมีลูกค้าถามว่า “มิตซูชิตะอีกเล็คทรอนิคส์ทำอะไรบ้าง?” ก็ขอให้ตอบเขาว่า “มิตซูชิตะบ่มเพราะบุคลากร และสร้างผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า”

       แน่นอน ข้าพเจ้ามีความสำนึกอย่างลึกซึ้งว่า เรื่องต่างๆอยู่ที่ “คน” สิ่งสำคัญก่อนอื่นคือบ่มเพาะบุคลากร ถ้าแม้นบุคลากรในวิสาหกิจไม่เติบใหญ่ วิสาหกิจนั้นๆก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ

       ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้พูดดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นโดยไม่อาจจะยั้งปากไว้ได้

       เมื่อบรรยากาศดังนี้ซึมซ่านเข้าไปในจิตใจของบรรดาพนักงานในขณะนั้นแล้ว แม้ว่าในด้านเทคนิค การเงิน เกียรติภูมิล้วนแต่จะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนไปเสียทั้งนั้นก็ตาม แต่พลังอันนี้ กลับได้กลายเป็นพลังขับดันแก่การพัฒนาของบริษัทให้รุดหน้าไปอย่างน่าพิศวง

December 7, 2011

แก้ไขความเคยชินเลวๆ

ใน 30 ปีหลังจากมหาสมครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลง

world war 2

World War 2 memorial in Malaysia © by carolynconner

       ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางการเมือง ความคิดของแต่ละคน ท่าทีต่อชีวิต ได้เกิดความบกพร่องในด้านความสุรุ่ยสุร่ายและการไร้สมรรถภาพด้วยประการต่างๆ ซ้ำยังนับวันแต่จะขยายใหญ่ออกไป และผลแห่งการสั่งสมของสภาพเช่นนี้ ทำให้ราคาสินค้าค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้นในที่สุดก็นำมาซึ่งภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

       แต่ละคนมิได้ใคร่ครวญขบคิดในเรื่องที่พึงใคร่ครวญขบคิด มิได้ปรับปรุงในสิ่งซึ่งพึงปรับปรุง บัญชีหนี้สินถึงเวลาที่จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นกันไปในที่สุดแล้ว ในเวลาเช่นนี้ มิใช่เป็นเวลาที่จะมานั่งบ่น ปัดความรับผิดชอบหรือวินิจฉัยอะไรอีกแล้ว บัญชีเหล่านี้จะต้องจ่ายชำระไปตามจุดยืนของแต่ละคน

       ข้าพเจ้าเห็นว่า เราทุกคนสามารถจะทำเช่นนี้ได้หรือไม่นั้น จึงนับเป็นปัญหาสำคัญที่สุด

December 4, 2011

รับการทดสอบ

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นบรรดาพนักงานจับกลุ่มสนทนาอะไรกันอยู่

Test Conductor © by Morpheus Lander

       ก็ถามว่าพวกเขาคุยอะไรกัน? พนักงานเหล่านั้นตอบว่า “เราเตรียมการที่จะส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด กำลังแลกเปลี่ยนความเห็นกันอยู่ว่า จะจำหน่ายได้ดีหรือไม่?”

       ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า “นอกจากจะหยั่งเสียงตลาดดูแล้ว ก็คงจะไม่มีทางอื่น จะจำหน่ายได้ดีหรือไม่ ก่อนอื่นย่อมจะต้องค้นคว้าอภิปรายกันในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากทำเกินไปกว่านี้แล้ว ก็จะเป็นเรื่องที่ปราศจากความหมาย ต่อจากนั้นก็มีแต่การเผชิญหน้ากับความจริง ถามปัญหานี้เอาจากผู้ซื้อ”

       เมื่อได้ใคร่ครวญในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะต้องกล้าที่จะไปปฏิบัติ มิใช่ในวงการค้า เท่านั้นที่เป็นอย่างนี้ ในด้านการเมืองและในชีวิตประจำวันอื่นๆ ข้าพเจ้าเห็นว่าบางครั้งก็จะเป็นต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน!