December 11, 2011

พึงปรับตัวตามสภาพ

การ “ปรับตัวตามสภาพ” ไม่มีความหมายที่ลึกซึ้งอะไรเป็นพิเศษ

Leopard Chameleon © by col.hou

       แต่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด

       เมื่อท่านเดินไปตามทาง ข้างหน้ามีหินใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง เมื่อเดินผ่านไปไม่ได้จะทำอย่างไร?

       ปีนข้ามไปบนก้อนหิน มุ่งไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่งแต่การทำเช่นนี้ค่อนข้างจะฝืน เราเดินอ้อมก้อนหินลูกนั้นไปก็ได้

       ข้าพเจ้าเห็นว่า นี่ก็คือการปรับตัวตามสภาพ!

       แน่ละ ในบางครั้งก็ไม่มีทางให้เดิน ในสภาพเช่นนี้ จะต้องใคร่ครวญถึงวิธีการอื่นๆ อย่าถูกพันธนาการด้วยอารมณ์แห่งความกังวล พึงปรับตัวตามสภาพ

       ข้าพเจ้าเห็นว่า นี่เป็นมรรควิธีแห่งการดำเนินชีวิตที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง

December 11, 2011

เกียรติภูมิต้องเหนือกว่าอื่นใด

หากเห็นว่า ทางบริษัทมีข้อบกพร่อง

       ถ้าเช่นนั้นทุกคนก็ควรจะทำการสำรวจอย่างถ่อมตัวจริงใจภายในบริษัท ใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อขจัดข้อบกพร่องจุดอ่อนเหล่านี้ นี่นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

       แต่ทว่า ไม่ควรจะให้รั่วไหลออกไป ให้ภายนอกรู้เรื่องอย่างเด็ดขาด พูดกันอย่างเข้มงวดสักหน่อย จะต้องทำถึงขั้นแม้บิดามารดาก็ไม่ควรจะรู้

       ถ้าแม้นทุกคนล้วนแต่สามารถจะเข้าใจในสภาวการณ์เช่นนี้ ก็จะเป็นประโยชน์แก่การเสริมสร้างเกียรติภูมิของบริษัทอย่างใหญ่หลวง อันจะเป็นคุณแก่บริษัท ทั้งก็จะเป็นคุณแก่พนักงานทั้งหมดของบริษัท จนกระทั่งมันอาจจะกลายเป็นอาวุธอันคมกริบในการบรรลุภาระหน้าที่ของบริษัทได้

December 7, 2011

เริ่มต้นทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์6(ตอน ศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสของธุรกิจ)

ธุรกิจคือการทำกำไร หรือทำให้เงินงอกเงย ถ้าเก็บ “เงิน” เป็นตัวเลข ค่าของเงินจะ “ลดลง”

Smallest apartment buiding we ve seen © by apartment therapy

       นั่นคือ อำนาจในการซื้อด้อยลงตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตามก่อนกระโดดเข้ามาจับธุรกิจ อพาร์ทเม้นท์ คุณจะต้องคำนวนปริมาณเงินของคุณให้ดีๆ ว่าคุ้มมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าคุณจะมีที่ทางเก่าเก็บก็ตาม เพราะคุณยังจะต้องลงเงินอีกก้อนโตสำหรับก่อสร้าง

       ลองมาฟังแนวคิดของผู้ประกอบการอพาร์ทเม้นท์ 3 ท่าน 3 อาชีพกันดู

       รายแรก ครอบครัวช่วยกันทำธุรกิจ

       ถ้ามีเงินเย็น คุณก็ยังต้องศึกษาดูว่าทำเลที่จะสร้างอพาร์ทเม้นท์นั้นอยู่ในแหล่งชุมชนรึเปล่า เหมาะสมมั้ย บางที่ถึงจะไม่มีที่จอดรถ แต่อยู่ใกล้ตลาดหรือมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ สร้างแล้วคนเช่าเต็มก็ไม่ต้องลังเล

       แต่กรณีที่คุณกู้เงินหรือยืมเขามา คุณควรต้องคำนวนให้ดี เพราะดอกเบี้ยไม่มีวัดหยุดราชการ สรรพากรไม่สนใจว่าห้องของคุณจะว่างกี่เดือน อยู่ระหว่างซ่อมแซม ทาสี หรือ น้ำท่วม เขาก็เก็บภาษีตามรายได้ประเมิน ที่ร้านของเรามีอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าหลายแห่ง ขายกิจการไปก็มี เพราะดูแลไม่ทั่วถึง จริงๆมีที่แถวรังสิตคลองสอง แต่ตอนนี้ น้ำท่วมสร้างไม่ได้ เลยลงทุนทำแท็กซี่ให้เช่า ได้เก็บเงินสดจากค่าเช่า ทุกวัน ตอนนี้มีอยู่ 70 – 80 คัน ไม่ต้องกลัวคนค้างค่าเช่า ตอนนี้แม่ทำห้องเช่าแกดูแลเอง โดนลูกค้าเบี้ยวค่าเช่าประจำ แม่ใจดี ไม่อยากไล่ สงสาร บางรายค้างค่าเช่าเป็นหมื่น ก็ต้องขอร้องให้ออก บางรายก็ดีหาค่าเช่ามาแล้วขอเช่าต่อ

       รายที่ 2 เลิกกิจการอื่นๆ รวบรวมเงินมาซื้อต่อธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า

       เรื่องทำธุรกิจแขนงนี้ จริงๆมองดูหลายปีแล้ว ตอนนั้นมีคนมาเสนอขายเฉพาะที่ดิน ที่ทำเลเหมาะสร้างมาก แม้ช่วงนั้นคำนวนดูแล้วจุดคืนทุนจะดีกว่าตอนนี้ แต่ยังไม่ดึงดูดเท่า เพราะตอนนั้นดอกเบี้ยเงินฝากยังสูงพอให้เก็บเกี่ยว

       พอมาช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ดอกเบี้ยไม่น่าสนใจเลย พอดีไม่ได้ทำอะไร ต้องหาอะไรที่ดีกว่าดอกเบี้ยฝากประจำ เพราะลูกกำลังโต ต้องกินต้องใช้ แล้วยังค่าเล่าเรียนอีก ดูไปดูมาเห็นว่าน่าสนใจ เพราะเป็นธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงน้อย ไม่ขึ้นอยู่กับภาวะอะไรอื่นมากนัก

      ที่สำคัญ เป็นธุรกิจที่มีเวลาให้ครอบครัว แม้รายได้ไม่สูงเท่ากับธุรกิจอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ก็เป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่!

       รายที่ 3 แม่บ้านได้ที่ดินมรดกจากคุณพ่อ พร้อมเงินเก็บสะสมของสามีกับเงินกู้ของคุณแม่

       พี่ก็ศึกษาจากรอบข้างบ้านนี้ละค่ะ ดูจากคนอื่นๆแล้วนำมาปรัปบรุง แบบของเราให้ดีขึ้น ตามความคิดนะคะ เพิ่งเปิดให้เช่าได้ไม่กี่เดือนนี้เอง ก่อนหน้าที่ดินที่สร้างตึกนี้เป็นสวนครัวของคุณแม่ค่ะ บางส่วนก็เป็นต้นไม้ใหญ่ เอาไว้นั่งเล่นนอนเล่น บางทีเด็กๆก็เข้ามาเล่นกัน รู้สึกเสียดายบรรยากาศเดิมเหมือนกัน เพราะมันเป็นสวนข้างบ้าน

       ที่คิดสร้าง เพราะ สามีทำงานบริษัทเอกชน มีช่วงหนึ่งเขารู้สึกงานไม่มั่นคงมี early retire อายุก็มากแล้ว คงหางานทำได้ยาก เลยลองมาปรึกษากันว่าจะทำอะไรดี เลยตกลงมาทำอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า  เขาบอกว่าทำเลยสิ เงินก็เงินเย็น เปิดแล้วเดี๋ยวก็มีคนมาเช่าเองแหละ ไม่ต้องห่วง ถึงมีเงินเก็บพี่ก็ต้องกู้คุณแม่และพี่น้อง พี่ก็จ่ายดอกเบี้ยให้นะคะ ถือว่ามันคือธุรกิจ เพราะพี่จดทะเบียนนิติบุคคล จ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้

       พี่ก็ดูตัวอย่างความกล้าจากเขา ดูสิคะ เขาแทบไม่มีเงินเลย ถึงจะมีที่ดินก็เป็นอย่างเดียวที่มีอยู่ เงินสร้างก็กู้ทุกชนิด แต่ก็สามารถทำมาจนทุกวันนี้ แล้วทำไมต้องไปกลัว ก็เลยได้ธุรกิจมาดูแล ทั้งที่ไม่เคยทำงานนอกบ้านเลย เรียนจบ แต่งงาน เลี้ยงลูก รู้จักแต่เป็นแม่บ้าน แต่ความเป็นแม่บ้านของเราช่วยให้พี่ดูแลกิจการได้เยอะค่ะ

       คุณเองก็สามารถเรียนรู้ที่จะมีความกล้าทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ได้ จากแฟ้มบุคคลข้างต้น

วันนี้เอาแค่นี้นะครับ ตอนต่อไป คือ เริ่มต้นทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์7(ตอน เรียนรู้อุปสรรค์ปัญหา ความซับซ้อนยุ่งยาก และเรื่องที่คาดไม่ถึง)

December 7, 2011

บ่มเพาะบุคลากรก่อนประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์

ข้าพเจ้าเคยบอกแก่พนักงานซึ่งยังมีอายุเยาว์อยู่ในเวลานั้นว่า

สอนบุคลากร

Engineering Department employees, 1962 © by Seattle Municipal Archives

       หากมีลูกค้าถามว่า “มิตซูชิตะอีกเล็คทรอนิคส์ทำอะไรบ้าง?” ก็ขอให้ตอบเขาว่า “มิตซูชิตะบ่มเพราะบุคลากร และสร้างผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า”

       แน่นอน ข้าพเจ้ามีความสำนึกอย่างลึกซึ้งว่า เรื่องต่างๆอยู่ที่ “คน” สิ่งสำคัญก่อนอื่นคือบ่มเพาะบุคลากร ถ้าแม้นบุคลากรในวิสาหกิจไม่เติบใหญ่ วิสาหกิจนั้นๆก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ

       ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้พูดดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นโดยไม่อาจจะยั้งปากไว้ได้

       เมื่อบรรยากาศดังนี้ซึมซ่านเข้าไปในจิตใจของบรรดาพนักงานในขณะนั้นแล้ว แม้ว่าในด้านเทคนิค การเงิน เกียรติภูมิล้วนแต่จะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนไปเสียทั้งนั้นก็ตาม แต่พลังอันนี้ กลับได้กลายเป็นพลังขับดันแก่การพัฒนาของบริษัทให้รุดหน้าไปอย่างน่าพิศวง

December 7, 2011

แก้ไขความเคยชินเลวๆ

ใน 30 ปีหลังจากมหาสมครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลง

world war 2

World War 2 memorial in Malaysia © by carolynconner

       ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางการเมือง ความคิดของแต่ละคน ท่าทีต่อชีวิต ได้เกิดความบกพร่องในด้านความสุรุ่ยสุร่ายและการไร้สมรรถภาพด้วยประการต่างๆ ซ้ำยังนับวันแต่จะขยายใหญ่ออกไป และผลแห่งการสั่งสมของสภาพเช่นนี้ ทำให้ราคาสินค้าค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้นในที่สุดก็นำมาซึ่งภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

       แต่ละคนมิได้ใคร่ครวญขบคิดในเรื่องที่พึงใคร่ครวญขบคิด มิได้ปรับปรุงในสิ่งซึ่งพึงปรับปรุง บัญชีหนี้สินถึงเวลาที่จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นกันไปในที่สุดแล้ว ในเวลาเช่นนี้ มิใช่เป็นเวลาที่จะมานั่งบ่น ปัดความรับผิดชอบหรือวินิจฉัยอะไรอีกแล้ว บัญชีเหล่านี้จะต้องจ่ายชำระไปตามจุดยืนของแต่ละคน

       ข้าพเจ้าเห็นว่า เราทุกคนสามารถจะทำเช่นนี้ได้หรือไม่นั้น จึงนับเป็นปัญหาสำคัญที่สุด